← กลับหน้าหลัก

ตรวจร่างกาย — ควรตรวจอะไรบ้าง

ความรู้เบื้องต้นเรื่องค่าตรวจที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือแนะนำให้ต้องไปตรวจที่ใดที่หนึ่ง

6 ค่านี้เป็นชุดที่คลินิกเจริญพันธุ์ตรวจกันทั่วไปเวลาประเมินความพร้อม — แต่ ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจครบทั้งหมด บางค่า (Prolactin, TSH) แพทย์มักตรวจเฉพาะเมื่อมีอาการ ไม่ใช่การตรวจมาตรฐานสำหรับทุกคน

FSH (Follicle-Stimulating Hormone)ตรวจเป็นมาตรฐาน

ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองที่กระตุ้นรังไข่ให้ไข่โต ใช้เป็นตัวช่วยประเมิน ovarian reserve (ปริมาณไข่ที่เหลือโดยประมาณ)

ตรวจเมื่อไหร่: วันที่ 2–4 ของรอบเดือน — ต้องตรวจคู่กับ estradiol เสมอ เพราะ estradiol สูงจะกด FSH ให้ดูปกติทั้งที่จริงอาจต่ำ

ค่าอ้างอิงทั่วไปที่มักอ้างถึง: ต่ำกว่า ~10 mIU/mL ถือว่าปกติ — แต่ละแล็บมีช่วงอ้างอิงของตัวเอง ให้ยึดค่าบนใบผลตรวจจริงเป็นหลัก

  • สูงกว่าปกติ → มักบ่งชี้ ovarian reserve ลดลง (รังไข่ตอบสนองน้อยลง)
  • เป็นค่าที่ specific แต่ไม่ sensitive — ถ้าสูงมักมีความหมายจริง แต่ถ้าปกติก็ไม่ได้แปลว่า reserve ดีแน่นอน เพราะแกว่งได้ในแต่ละรอบเดือน
LH (Luteinizing Hormone)มักตรวจคู่กับ FSH

ฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ และกระตุ้นการสร้าง progesterone หลังตกไข่

ตรวจเมื่อไหร่: มักตรวจคู่กับ FSH วันที่ 2–4 (คนละแบบกับ LH surge test ของชุดตรวจไข่ตกที่ตรวจกลางรอบเดือน)

ค่าอ้างอิงของ LH ต่างกันมากระหว่างแหล่งข้อมูล (lab-dependent สูงกว่าตัวอื่นในชุดนี้) — ควรดูค่าปกติจากแล็บที่ตรวจเป็นหลัก ไม่ใช้ตัวเลขตายตัว

  • LH สูงกว่า FSH อย่างชัดเจน (LH:FSH ratio สูง) พบได้บ่อยในกลุ่มที่มีภาวะ PCOS
  • LH เดี่ยว ๆ ไม่ค่อยถูกใช้วินิจฉัย ovarian reserve โดยตรง — มักดูร่วมกับ FSH

⚠️ ค่าปกติของ LH ที่แหล่งต่าง ๆ ให้ไว้ไม่ตรงกัน — เชื่อค่าอ้างอิงบนใบผลตรวจจากแล็บของคุณมากกว่าตัวเลขทั่วไป

Estradiol (E2)ตรวจเป็นมาตรฐาน

ฮอร์โมนเอสโตรเจนหลักจากรังไข่ ช่วยตีความค่า FSH ให้แม่นขึ้น

ตรวจเมื่อไหร่: วันที่ 2–4 ของรอบเดือน คู่กับ FSH เสมอ — ไม่อ่าน E2 เดี่ยว ๆ

ค่าอ้างอิงทั่วไปที่มักอ้างถึง: วันที่ 3 ควรต่ำกว่าประมาณ 50–80 pg/mL (ตัวเลขช่วงนี้แตกต่างกันได้ตามแหล่ง/แล็บ)

  • E2 สูงผิดปกติในวันที่ 2–4 ร่วมกับ FSH ที่ดูปกติ อาจเป็นสัญญาณ ovarian reserve ลดลงที่ถูกบดบังไว้
AMH (Anti-Müllerian Hormone)ตรวจเป็นมาตรฐาน

ฮอร์โมนจาก follicle ระยะเล็ก ถือเป็นตัวสะท้อน ovarian reserve ที่เสถียรที่สุดในชุดนี้ (ไม่แกว่งตามรอบเดือน)

ตรวจเมื่อไหร่: ตรวจวันไหนของรอบเดือนก็ได้

ค่าอ้างอิงทั่วไปที่มักอ้างถึง: ประมาณ 1.0–3.5 ng/mL ถือว่าปกติ — แต่เป็นค่าที่ต่างกันมากตามยี่ห้อชุดตรวจ (assay) ของแต่ละแล็บ ให้ยึดค่าบนใบผลตรวจจริงเป็นหลักมากที่สุดในบรรดาฮอร์โมนทั้งหมดนี้

  • ต่ำ → เหลือ follicle สำรองน้อยกว่าค่าเฉลี่ย (แต่ไม่ได้แปลว่าตั้งครรภ์เองไม่ได้ — AMH บอก "ปริมาณ" ไข่ที่เหลือ ไม่ใช่ "คุณภาพ" หรือโอกาสตั้งครรภ์ธรรมชาติโดยตรง)
  • สูงผิดปกติ → พบได้บ่อยในกลุ่มที่มีภาวะ PCOS

⚠️ AMH เป็นค่าที่ต่างกันได้มากตามยี่ห้อชุดตรวจของแต่ละแล็บ — ห้ามเทียบตัวเลขข้ามแล็บโดยตรง

Prolactinตรวจเมื่อมีอาการเฉพาะ

ฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างน้ำนม — ถ้าสูงผิดปกติจะไปกดฮอร์โมนต้นทางที่คุมการตกไข่

ตรวจเมื่อไหร่: ไม่ใช่การตรวจมาตรฐานที่ทุกคนต้องตรวจ — แพทย์มักสั่งตรวจเมื่อมีอาการ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ/ขาดหาย หรือมีน้ำนมไหลผิดปกติ

ค่าอ้างอิงทั่วไปที่มักอ้างถึง: ต่ำกว่าประมาณ 25 ng/mL ถือว่าปกติ

  • สูงกว่าปกติ อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอและกระทบภาวะเจริญพันธุ์ — สูงมากอาจต้องหาสาเหตุเพิ่มเติมกับแพทย์
TSH (Thyroid-Stimulating Hormone)ตรวจเมื่อมีอาการเฉพาะ

ฮอร์โมนที่คุมการทำงานของต่อมไทรอยด์ — ไทรอยด์ทำงานผิดปกติกระทบรอบเดือน/การตกไข่ได้

ตรวจเมื่อไหร่: ไม่ใช่การตรวจคัดกรองมาตรฐานก่อนตั้งครรภ์สำหรับทุกคน — แพทย์มักสั่งตรวจเมื่อมีอาการหรือความเสี่ยงเฉพาะ

แนวทางล่าสุด (ASRM 2024) ใช้ค่าประมาณ 4.12 mIU/L เป็นเพดานอ้างอิงเมื่อแล็บไม่มีค่าปกติเฉพาะของตัวเอง

  • TSH สูงกว่าปกติแบบไม่มีอาการ (subclinical) — มีงานวิจัยเชื่อมโยงกับความเสี่ยงแท้งที่เพิ่มขึ้น แต่แนวทางล่าสุดยังไม่แนะนำให้รักษาด้วยยาในกรณีที่ไม่มีอาการ เพราะหลักฐานยังไม่พอว่าการรักษาช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้จริง

⚠️ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่แนวทางทางการแพทย์ยังปรับปรุงอยู่ และขัดกับความเชื่อทั่วไปที่หลายคนเคยได้ยิน — ควรคุยกับแพทย์ที่ดูแลคุณโดยตรง ไม่ใช้ตัวเลขในนี้ตัดสินใจเอง คำแนะนำนี้ใช้กับกรณีที่ไม่มีอาการเท่านั้น — ถ้าคุณมีอาการของไทรอยด์ผิดปกติ (เหนื่อยง่ายผิดปกติ ผมร่วง หนาวง่าย ประจำเดือนมาไม่ปกติ) ควรปรึกษาแพทย์โดยไม่ต้องรอผล TSH

การตรวจภายใน (อัลตราซาวด์)

งานวิจัยส่วนใหญ่ชี้ว่าความหนาของผนังมดลูก (endometrium) ตั้งแต่ประมาณ 7 มม. ขึ้นไป มักถูกมองว่าเอื้อต่อการฝังตัวของตัวอ่อนได้ดีกว่า — แต่นี่ไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานตายตัวที่ทุกแนวทางการแพทย์กำหนดตรงกัน เป็นค่าที่พบบ่อยในงานวิจัยทางคลินิก ควรฟังคำอธิบายจากแพทย์ที่ตรวจอัลตราซาวด์ให้คุณโดยตรง

การนับจำนวนถุงไข่อ่อน (Antral Follicle Count) ผ่านอัลตราซาวด์ มักอ้างถึงว่าประมาณ 5–10 ใบต่อรังไข่ 1 ข้างถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป — ต่ำกว่านี้มักเข้าได้กับ ovarian reserve ที่ลดลง ส่วนสูงกว่านี้มาก (เกิน ~20 ใบขึ้นไป) มักเข้าได้กับกลุ่มที่มีภาวะ PCOS ค่านี้ขึ้นกับความชำนาญของผู้ตรวจอัลตราซาวด์ด้วย จึงควรฟังคำอธิบายจากแพทย์ประกอบเสมอ ไม่ใช้ตัวเลขทั่วไปตัดสินเอง

ค่าทั้งหมดในหน้านี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไปตามมาตรฐานสากล ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะของ Baby & Mom หรือแล็บใดแล็บหนึ่ง แต่ละแล็บใช้เครื่องมือ/วิธีตรวจต่างกัน — ผลตรวจจริงของคุณ ให้ยึดค่าอ้างอิงที่พิมพ์อยู่บนใบรายงานผลจากแล็บที่ตรวจเป็นหลักเสมอ

💛 รับแผนบำรุงเฉพาะคุณ + คุยกับทีม Baby & Mom💬 สอบถามหรือปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ LINE OA

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำของแพทย์ได้ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ